หยุดปัญหาสารหกรั่วไหลก่อนลุกลาม

โซลูชันด้านการจัดการสารหกรั่วไหล ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงาน คลังสินค้า และภาคอุตสาหกรรม

ตัวช่วยเลือกชุดดูดซับสาร

สินค้าแนะนำของเรา

รวมผลิตภัณฑ์แนะนำที่พร้อมตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและการจัดการสารหกรั่วไหลสำหรับทุกอุตสาหกรรม

ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมฉันถึงต้องใช้อุปกรณ์ควบคุมการรั่วไหลบนไซต์ทำงานของฉัน?

ใช่ กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องถูกแยกเป็น 4 ส่วน ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 กำหนดให้ผู้ใช้/เก็บ/ผลิตวัตถุอันตรายต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติภัย โดยมีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดไว้ว่าโรงงานต้องมีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ถ้าคุณเป็นโรงงานที่อยู่ในประเภทต้องขอใบอนุญาต อาจมีเงื่อนไขในใบอนุญาตที่กำหนดให้มีอุปกรณ์ควบคุมการรั่วไหล ตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน (พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554) กำหนดให้สถานประกอบกิจการจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกัน/รับมือกับอุบัติเหตุจากสารเคมีหรือของเหลวอันตราย ตามแนวปฏิบัติของกรมโรงงานอุตสาหกรรม / กรมควบคุมมลพิษ / กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีข้อเสนอแนะให้มีชุดอุปกรณ์ป้องกันหรือระบบกักกันการหกรั่วไหล โดยเฉพาะในจุดที่มีการจัดเก็บหรือใช้งานสารเคมี การที่ไม่มีอุปกรณ์ควบคุมการรั่วไหลอาจถือว่าประมาทหากเกิดอุบัติเหตุ มีโทษปรับหรือดำเนินคดีทางกฎหมายได้

นอกจากนี้ การประสานงานกับหน่วยงานราชการเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมและตรวจสอบความสอดคล้องกับมาตรฐานจะช่วยให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แนวปฏิบัติว่าด้วยการควบคุมมลพิษ (Code of Practice for Pollution Control) และแนวปฏิบัติว่าด้วยการจัดเก็บของเหลวไวไฟ (Code of Practice for the Storage of Flammable Liquids) ซึ่งเผยแพร่โดย Singapore Standards Council ได้กำหนดข้อแนะนำและแนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดการและควบคุมการรั่วไหลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดให้มี ระบบกักเก็บชั้นที่สอง (Secondary Containment) และมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนทางน้ำ รวมถึงการควบคุมและกักเก็บการรั่วไหลของสารอันตรายโดยไม่ตั้งใจ ตลอดจนการจัดพื้นที่รองรับการหกรั่วไหล (Spillage Catchment) และระบบกักเก็บของเหลวไวไฟ (Spill Containment) สำหรับของเหลวไวไฟ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบได้ที่ส่วน Information & Resources บนเว็บไซต์ของเรา.

การรั่วไหลของสารเคมีถือเป็นทั้ง ปัญหาด้านความปลอดภัย (Safety) และ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดการรั่วไหลโดยไม่ตั้งใจ

สารเคมีที่รั่วไหลอาจก่อให้เกิด ความเสี่ยงจากการลื่นหรือสะดุดล้ม ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงจากการสัมผัสสารพิษหรือสารอันตราย หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมในการรับมือกับผลกระทบของสารเหล่านั้น

นอกจากนี้ หากการรั่วไหลไม่ได้รับการควบคุมหรือทำความสะอาดอย่างถูกต้อง สารเคมีอาจปนเปื้อนลงสู่พื้นดิน หรือไหลเข้าสู่ท่อระบายน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี มาตรการป้องกันและระบบจัดการการรั่วไหลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องทั้งสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมเมื่อต้องจัดการกับสารเคมีหรือสารอันตราย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบได้ที่ส่วน Information & Resources บนเว็บไซต์ของเรา.

การไม่วางแผนหรือจัดการการรั่วไหลของสารอันตรายอย่างถูกต้อง อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับที่กำหนดโดย National Environment Agency (NEA) และ Ministry of Manpower (MOM) ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีบทลงโทษที่เข้มงวด โดยตัวอย่างมีดังนี้

1. บทลงโทษกรณีปล่อยสารพิษหรือสารอันตรายลงสู่แหล่งน้ำภายในประเทศ

  • ความผิดครั้งแรก: ปรับไม่เกิน 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือจำคุกไม่เกิน 12 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ความผิดครั้งที่สองหรือครั้งต่อไป: จำคุกตั้งแต่ 1 เดือน ถึง 12 เดือน และปรับไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

2. ความผิดเกี่ยวกับสารอันตราย (Hazardous Substances)

บุคคลที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อจนทำให้ผู้อื่นในสถานที่ทำงานมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารอันตราย จะมีโทษดังนี้

  • ปรับไม่เกิน 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. บทลงโทษทั่วไป (General Penalties)

หากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติที่ไม่มีการกำหนดโทษไว้โดยเฉพาะ ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษดังนี้

บุคคลธรรมดา

  • ปรับไม่เกิน 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

นิติบุคคล

  • ปรับไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

4. ความผิดของนายจ้าง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้รับผิดชอบ

ผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามระเบียบข้อ 3(1), 4(1), 4(2), 4(4), 5, 6 หรือ 7 จะมีโทษดังนี้

  • ความผิดครั้งแรก: ปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • ความผิดครั้งที่สองหรือครั้งต่อไป: ปรับไม่เกิน 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

การวางแผนรับมือและการบริหารจัดการการรั่วไหลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิผล.

คุณควรมี วัสดุดูดซับสารเคมี (Absorbents) ที่มีความสามารถในการดูดซับเพียงพอสำหรับรองรับ สารเคมีและของเหลวทั้งหมด (100%) ที่จัดเก็บหรือใช้งานภายในสถานที่ นอกจากนี้ ควรมีทั้ง วัสดุดูดซับการรั่วไหล (Sorbents) และ ระบบกักเก็บรอง (Secondary Containment) ที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานด้านความปลอดภัย

ตามมาตรฐาน SS 532:2016 – Code of Practice for the Storage of Flammable Liquids ได้กำหนดว่า

ความจุของพื้นที่หรือระบบกักเก็บการรั่วไหล (Spill Containment Compound) ต้องไม่น้อยกว่า:

  • 100% ของภาชนะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และ
  • 25% ของปริมาณการจัดเก็บทั้งหมด สำหรับปริมาณจัดเก็บไม่เกิน 10,000 ลิตร
  • หากมีการจัดเก็บ มากกว่า 10,000 ลิตร ให้เพิ่มความจุอีก 10% ของปริมาณที่เกิน 10,000 ลิตร

การเลือกใช้อุปกรณ์ควบคุมการรั่วไหลและระบบกักเก็บรองที่เหมาะสม ควรพิจารณาจาก ประเภทของสารเคมี ปริมาณการจัดเก็บ และลักษณะการใช้งาน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำที่เหมาะกับความต้องการขององค์กร สามารถติดต่อทีมงานของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจของคุณได้.

โซลูชันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับคุณ

บริการดูแลและบำรุงรักษา Spill Kit

จัดส่งรวดเร็ว